fbpx
Connect with us

Gadgets

สรุปม้วนเดียวจบ! วันนี้ Samsung ขนอะไรมาเปิดตัวใหม่บ้าง (มากถึง 8 ชิ้น!!)

สรุปจบงานนี้ โคตรบ้า! เปิดตัวรัว ๆ ถึง 8 ชิ้น กะไว้ว่าจะตีทุกอย่างเลยก็ว่าได้ งานนี้เรือธงของค่ายอย่าง Series 10 ทุกรุ่น ก็ถือว่าอัดเต็มสมรรถนะแบบไม่มีกั้ก คาดว่างานนี้ Samsung เตรียมดึงตลาดส่วนแบ่งคืนอย่างแน่นอน!

Published

on

เรียกว่าวินาทีใครไม่พูดถึง S10/S10+ นี้บอกได้เลยว่าเชยมาก ๆ เพราะว่าไทม์ไลน์ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter ก็ล้วนหนีไม่พ้นข่าวของ Samsung ที่งานนี้ผมบอกได้เลยว่าพี่เค้าเล่นเปิดตัวกระหน่ำ ๆ แบบไม่เหลือที่ให้ข่าวอื่นเลย!!

#Techface เลยขอสรุปใจความหลัก ๆ เฉพาะความโดดเด่นและน่าสนใจของสินค้าที่เปิดตัวใหม่แต่ละตัวเท่านั้น โดยจะสรุปมาให้อ่านกันง่าย ๆ อ่านจบรู้เรื่องในบทความเดียว กันไปเลย

1. Samsung “Galaxy Fit” สายรัดข้อเพื่อสายสุขภาพ

เรียกว่าเป็นการเปิดตัวออกมาชนกับอุปกรณ์อย่างพวก Fitbit, Xiaomi ก็ว่าได้ โดยเน้นความสะดวกคล่องตัวเป็นหลัก Galaxy Fit จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 0.95 นิ้ว ความละเอียด 240 * 120 พิกเซล กันน้ำได้ถึง 5 เมตร และแบตเตอรี่อยู่ที่ 120 mAh ที่ดูเหมือนอาจจะน้อยแต่ว่าทาง Samsung บอกว่าสามารถอยู่ได้อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์กันเลย

นอกเหนือจากการใช้งานพื้นฐาน เช่น การตั้งปลุก การแจ้งสภาพอากาศ การเชื่อมต่อกับปฏิทินเข้ากับตัวสมาร์ทโฟนแล้ว ยังสามารถตรวจจับกิจกรรมพื้นฐานต่างๆ ได้อีกด้วยโดยกิจกรรมพื้นฐานนั้นไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง พายเรือ ปั่นจักรยานหรือออกกิจกรรมนอกสถานที่อื่น ๆ ก็สามารถตั้งค่าเชื่อมต่อกันได้

และความสามารถพิเศษที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Galaxy Fit สามารถวิเคราะห์การนอนหลับและจัดการกับระบบความเครียดอัจฉริยะได้ รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android และ iOS โดยราคาตอนนี้ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนะครับ (ต้องรอดูราคากันต่อไป)

 

2. Samsung “Galaxy Watch Active” ใหม่ ไฉไล เจ๋งกว่าเดิม

 

แน่นอนว่าของใหม่ยังไงก็ดีกว่าเดิมสำหรับการเปิดตัว Galaxy Watch Active ที่เรียกว่ามาแทนที่ Gear Sport ตัวเดิมก็ว่าได้ โดยรุ่นนี้เน้นความเรียบหรูสไตล์มินิมอลมากกว่าเดิมขึ้นเยอะ ซึ่งแค่เห็นสีของสายผมนี่ก็อยากได้แล้ว

ตัวดีไซน์หน้าจอเป็นระบบสัมผัสและมีปุ่มด้านข้าง 2 ปุ่มให้ใช้ ตัวเรือนจะเป็นอลูมิเนียมและด้านหลังเนี่ยใส่กระจกแบบกันเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจเอาไว้ OS ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่บนตัวนาฬิกา ถูกออกแบบหน้าตาแทบจะเรียกว่าใหม่หมด โดยให้ใกล้เคียงกับ One UI มากที่สุด

ตัวประมวลใช้ Exynos 9110 และแบตเตอรี่ความจุอยู่ที่ 236 mAh คิดว่าใช้ได้ประมาณ 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แล้วก็อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าตัวนี้ออกมาเป็นแบบสปอร์ตเน้นการออกกำลังกายมากกว่าเดิม ก็คือใส่ฟีเจอร์ใหม่เข้ามาให้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ความดันที่พัฒนาร่วมกับ University of California, San francisco ซึ่งจะเปิดให้ดาวน์โหลด 15 มี.ค. นี้

นอกจากนี้ Galaxy Watch Active ยังสามารถใช้งานเข้ากับกิจกรรมต่าง ๆ ได้เกือบ 50 ชนิด และรองรับการกันน้ำลึกถึง 50 เมตร นอกจากนี้ยังใส่ระบบ Bluetooth 4.2 และรองรับ NFC สำหรับใช้งานระบบจ่ายเงิน ฯลฯ อีกด้วย ราคาวางขายจะอยู่ที่ $199 คาดว่าในไทยจะเริ่มวางขายหลังวันที่ 8 มี.ค. นี้ (รอประกาศอย่างเป็นทางการ)

3. หูฟังไร้สาย Galaxy Buds

อย่างที่มีความหลุดก่อนหน้านี้เลยครับ สำหรับการเปิดตัวหูฟังไร้สายตัวใหม่ล่าสุด ในชื่อว่า Galaxy Buds ที่มีการปรับแต่งจากเพื่อนรักเจ้าเดิม AKG ที่มาพร้อมกับระบบ Enhanced Ambient Sound ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงรอบข้างมากขึ้นในขณะใส่หูฟังอยู่ (เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ)

นอกจากนี้ยังมีพวกคุณสมบัติพื้นฐานแต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เจ๋งยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย เช่น Adaptive Dual Microphone ที่จะช่วยให้การฟังเสียงนั้น เคลียร์ ใส ชัดเจน แม้ในสภาพแวดล้อมโดยรอบจะเสียงดังหรือเงียบกว่าปกติก็ไม่เป็นปัญหา และยังสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ส่วนตัวเคสของ Galaxy Buds รองรับการชาร์จได้ที่ 7 ชั่วโมง และชาร์จไวมากกก เพราะแค่ 15 นาที ก็สามารถทำให้เราฟังเพลงยาว ๆ ได้นาน 1.7 ชั่วโมงแล้ว

โดยส่วนของราคาก็ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็คือสเปคแน่น ใช้งานได้นานกว่าและราคาดีกว่า Airpod เยอะ เพราะว่าเปิดตัวมาแค่ $130 หรือประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นครับ!

4. Samsung “Galaxy Fold” สมาร์ทโฟนจอพับ

ใครจะคิดว่าพี่เค้าจะเปิดตัวก่อนใครเลย สำหรับสมาร์ทโฟนจอพับได้ โดยหน้าจอข้างนอก (ก่อนพับ) จะอยู่ที่ 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ และเมื่อกางจอออกมาจะมีขนาดจอด้านใน 7.3 นิ้ว อัตราส่วน 4.2:3 ความละเอียดจอ QXGA+

วิธีการกางก็แบบหนังสือนั้นแหละ !! โดยส่วนข้อต่อของบานพับได้รับการออกแบบให้มีตัวล็อคอย่างดี สวยแบบแทบไม่เห็นรอยต่อก็ว่าได้ โดยฟีเจอร์หลัก ๆ ของ Galaxy Fold มาพร้อม Multi-Active Window แบ่งพื้นที่ใช้งานจอด้านในได้แบบ 3 แอพฯ สามารถใช้งานได้พร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่องด้วย App Continuity เรียกว่าจอด้านนอกเปิดอะไรไว้ เมื่อกางออกมาก็ใช้แอพฯ นั้นต่อแบบขยายจอใหญ่ เต็มพื้นที่จอด้านในกันเลย!

สเปคโดยรวมของ Galaxy Fold

กล้องหน้า

  • กล้องด้านหน้า 10MP (f/2.2)
    * Selfie: 10 ล้านพิกเซล (f/2.2)
    * RGB Depth: 8 ล้านพิกเซล (f/1.9)

กล้องหลังกล้อง 3 ตัว

  • * เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.2
  • * เลนส์ Wide-angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/1.5, f/2.4) + Dual Pixel AF + OIS
  • * เลนส์ Telephoto Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/2.4) PDAF+ OIS + 2X Optical Zoom

ระบบฏิบัติการ Android OS 9.0 (Pie)

  • CPU: 7nm 64-bit Octa-core Processor
  • หน้าจอหลัก (ตอนกางออกมา) Dynamic AMOLED ขนาด 7.3 นิ้ว ความละเอียด QXGA+
  • หน้าจอด้านหน้า Super AMOLED ขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD+
  • RAM 12GB (LPDDR4x)
  • หน่วยความจำภายใน 512GB (UFS3.0) ไม่รองรับ microSD
  • แบตเตอรี่ 4,380mAh (รองรับ Fast Charge)
  • Galaxy Fold มีด้วยกันทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเงิน (Space Silver), สีดำ (Cosmos Black), สีเขียว (Martian Green) และสีน้ำเงิน (Astro Blue) วางจำหน่าย 26 เมษายนนี้ ในราคา $1,980 ดอลลาร์ (61,xxx บาท)

5. Samsung Galaxy S10 / 6. Samsung Galaxy S10+

ขอมัดรวม 2 ตัวนี้เลยละกัน เพราะว่าเป็นสเปคเปรียบเทียบกันได้อย่างดี

Samsung Galaxy S10 มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว และ S10+ มีหน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว จอใหญ่กว่ารุ่น Series 9 แต่ขนาดเครื่องแทบจะเท่าเดิม โดยทั้งสองรุ่นมีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ Quad HD+ หรือ 2,560 x 1,440 พิกเซล เป็น Dynamic AMOLED รองรับ HDR10+

นอกจากนี้ทั้งสองรุ่น มีกล้องหลังจัดมาให้ 3 ตัวเหมือนกัน นั้นก็คือเลนส์ Wide, Telephoto และ Super wide โดยเจ้าตัวใหม่ Super wide เนี่ยจะได้ภาพมุมกว้างถึง 123 องศา รูรับแสง f/2.2 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (ไม่รองรับ Autofocus) ซึ่งปกติการถ่ายภาพมุมกว้าง Landscape มักจะชัดด้วย f ที่สูงเป็นหลักอยู่แล้เลยไม่ค่อยน่าห่วง และนอกจากยังใส่พวกโหมด Bright Night ที่ช่วยทำให้ภาพที่ถ่ายตอนกลางคืนออกมาได้สวยขึ้นและดี และก็มีการเคลมไว้ว่าใส่เทคโนโลยีเกี่ยวกับ AI ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพดีขึ้นกว่าเดิม และยังมีพวกฟีเจอร์ Starburst Flare, Shot Suggestion, Live Focus ใส่มาให้อีกเพียบ

และในส่วนของกล้องหน้า S10 จะแตกต่างกับ S10+ ตรงที่ว่าเป็นกล้องแบบตัวเดียว ใส่ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล (f/1.9) Dual-Pixel Autofocus ส่วน Galaxy S10+ จะเป็นแบบกล้องหน้าคู่ที่เพิ่มตัวความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเข้าไปอีก เพื่อให้รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบละลายหลังหรือชัดลึกมากขึ้นกว่าเดิม

และต่อมาคือในส่วนของการถ่ายวิดีโอต้องบอกเลยว่านี่จัดเต็มน่าชื่นใจมาก ๆ เพราะว่ารองรับความละเอียดในระดับ 4K (3840 x 2160 พิกเซล) ที่ 60fps ใส่ระบบ HDR10+ ให้อีกด้วย นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจสุด ๆ คือระบบใหม่ Super Steady Video ที่ทาง Samsung ออกมาบอกเลยว่าจะเป็นการถ่ายวิดีโอที่สมูทลงตัวที่สุดตั้งแต่เคยมีมา

ด้านสเปคของตัวเครื่องคร่าว ๆ จะใช้ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 855 สำหรับสหรัฐอเมริกา และ Exynos สำหรับรุ่นวางจำหน่ายทั่วโลก (โหยยยย) ส่วนแรมมีให้เลือกระหว่าง 8GB และ 12GB ความจุภายในเครื่องตั้งแต่ 128GB ไปจนสูงสุดที่ 1TB รองรับ MicroSD สูงถึง 512 GB อีกด้วย

Galaxy S10 แบตเตอรี่ความจุ 3,700 mAh และ Galaxy S10+ 4,100 mAh รองรับ Fast Charge ทั้งคู่และยังสามารถชาร์จแบบไร้สายให้ตัวอุปกรณ์ได้อีกด้วย (เช่น Galaxy Buds)

และอีกส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือความพิเศษของ Series S10 ใช้หน้าจอแบบเจาะรูหลักเลี่ยงรอยบากบนหน้าจอแบบที่เคยหงุดหงิดใจ โดยใส่กล้องหน้าเข้าไปด้วย ไว้บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอตัวเครื่อง ซึ่ง Galaxy S10 จะเป็นรูเดียว Galaxy S10+ จะเป็น 2 รู และนอกจากจอจะใหม่ไฉไลแล้ว ยังใส่ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอเข้าไปด้วย เรียกว่าเป็นเทคโนโลยี Ultrasonic ที่ทาง Samsung เคลมไว้เลยว่านี่มันทันสมัยและเจ๋งที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้แน่นอน! ซึ่งทั้งแม่นยำ ลงตัวที่สุด

ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังใส่อัดพื้นฐานมาให้อีก เช่น ตัวเครื่องกันน้ำมาตรฐาน IP68 มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม รองรับ Wi-Fi 6 ที่เป็นเจ้าแรกก่อนใคร, Bluetooth 5 และมาพร้อมระบบปฏิบัติการสดใหม่ อย่าง Android Pie ครอบด้วย One UI ของ Samsung ราคาเริ่มต้นในตามด้านล่างเลยครับ

credit : flashfly

(สเปคโดยละเอียดแนะนำว่าอ่านได้ที่  Samsung TH)

 

7. Samsung Galaxy S10e

เริ่มต้นในราคาที่จ่ายได้ แต่สเปคไม่น้อยหน้ากัน สำหรับ Galaxy S10e ที่ Samsung ขนออกมาเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กับ Galaxy S10 และ Galaxy S10 Plus

โดยหลัก ๆ สเปคคือใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 855 สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา และ Exynos สำหรับตลาดทั่วโลก ตัวหน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ / RAM 6GB และ 8GB ด้านความจุภายในเครื่องมีให้เลือกที่ 128GB และ 256GB รองรับ Micro SD เพิ่ม ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Pie ครอบด้วย One UI รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5, LTE Cat.20, พอร์ต USB-C และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม และยังแบตเตอรี่ความจุ 3,100 mAh รองรับชาร์จไวและชาร์จไร้สายให้อีกด้วย

แค่นี้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว!!

ส่วนแตกต่างหลัก ๆ คือ Galaxy S10e จะมีหน้าจอแบบแบน แตกต่างกับพวกรุ่นพี่ Galaxy S10, S10+ ที่จะเป็นแบบจอโค้งมน ทำให้ตัวขอบเครื่องจะหนากว่าแบบชัดเจน และด้านหน้าขอจอจะเป็นหน้าจอแบบเจาะรูกล้องหน้าที่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล และใส่กล้องหลังมาให้แค่ 2 ตัวเป็น Wide กับ Super Wide แต่ยังใส่ความสามารถ AI ในการช่วยเรื่องของการถ่ายภาพเข้ามาให้

และอีกอย่างที่น่าเสียดายคือไม่มีระบบสแกนนิ้วมือในหน้าจอ ใช้เป็นระบบเดิมแตย้ายไปด้านข้างของเครื่องแทน โดยราคาเปิดตัว Galaxy S10e จะอยู่ที่ 26,900 บาท เรียกว่าเป็นราคาย่อมเยา สเปคน่าคว้ามาใช้สำหรับเรือธงเริ่มต้นรุ่นนี้!

 

8. Samsung Galaxy S10+ 5G

ปล่อยของมาแบบยกโขยง ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา หูฟังและมือถือเรือธงแล้ว Samsung ยังขอเปิดตัวรุ่นพิเศษ 5G ก่อนใครในโลกด้วย

ซึ่งรุ่น Galaxy S10+ 5G นี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ Dynamic AMOLED ดีไซน์ Infinity-O ขนาด 6.7 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุเต็มๆ ที่ 4,500 mAh ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 855 และ Ram 8GB ขนาดความจุภายในเครื่องอยู่ที่ 256GB รองรับ Super Fast Charge และใส่กล้องหลังเต็ม ๆ ถึง 4 ตัว กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล / กล้องซูมความละเอียด 12 ล้านพิกเซล / กล้องมุมกว้างความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องตัวสุดท้ายคือเลนส์แบบ 3D

ในส่วนของราคายังไม่มีเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการนะครับ โดยคาดว่า Verizon จะเป็นคนจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาก่อนใคร ส่วนบ้านอาจรอลุ้นกันสักหน่อย!

________________

สรุปจบงานนี้ โคตรบ้า! เปิดตัวรัว ๆ ถึง 8 ชิ้น กะไว้ว่าจะตีทุกอย่างเลยก็ว่าได้ งานนี้เรือธงของค่ายอย่าง S10 ทุกรุ่น ก็ถือว่าอัดเต็มสมรรถนะแบบไม่มีกั้ก คาดว่างานนี้ Samsung เตรียมดึงตลาดส่วนแบ่งคืนอย่างแน่นอน !  ซึ่งราคาในไทยหลาย ๆ ตัวเริ่มเปิดให้จองพร้อมกับโปรโมชั่นถึง 50% ยังไงใครที่สนใจและคิดว่าสอยแน่ จัดกันได้เลยครับ ช่วงนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้ว!

Source1Source2Source3, Source4

Facebook

Advertisement

Techface Channel

Advertisement
This error message is only visible to WordPress admins

Error: API requests are being delayed for this account. New posts will not be retrieved.

There may be an issue with the Instagram access token that you are using. Your server might also be unable to connect to Instagram at this time.

Error: No posts found.

Make sure this account has posts available on instagram.com.

Click here to troubleshoot

Popular

Copyright © 2019 Techface. All rights reserved